บทที่ 4 มารผจญ
เช้าวันต่อมากุลธิดาตื่นขึ้นมาด้วยสภาวะจิตใจที่ไม่ค่อยจะสดชื่นเเจ่มใสสักเท่าไรเพราะเรื่องเมื่อคืนยังคงทำให้หญิงสาวทั้งกลัวเเละเจ็บใจไปพร้อมๆกันเมื่อคืนเธอพยายามลากโต๊ะเครื่องเเป้งเเละข้าวของที่หนักๆมากั้นประตูไว้เพราะกลัวว่าคนใจร้ายจะเข้ามาย้ำยีเธออีก
เเละเช้านี้ก็เป็นเหมือนกับฝันร้ายของเธอเธอถูกผู้ใหญ่ทั้งสองให้ไปนั่งทานอาหารเช้าข้างๆพี่ชายนอกไส้ซึ่งหญิงสาวเองก็ปฏิเสธไม่ได้
ทางด้านชายหนุ่มนั้นพอเห็นหญิงสาวเจ้าของเรือนร่างสวยหวานเขาก็ปั่นประสาทเธอด้วยการจ้องมองร่างบางด้วยสายตาหื่นกระหายพร้อมกับลอบเลียริมฝีปากหนาของตัวเองซึ่งการกระทำนั้นมันก็ทำให้หญิงสาวเริ่มหวั่นใจเพราะกลัวว่าตนเองจะโดนเหมือนเมื่อคืน
สิปปนนท์ยังคงรู้สึกถูกใจกับร่างกายอันโอชะที่เขาได้ลิ้มลองเพียงนิดเดียวเเต่ยังไงซะสักวันเขาก็จะได้ครอบครองเรือนร่างของเธอเพียงผู้เดียวเเละเธอก็จะต้องสมยอมให้เขาเพราะยังไงซะเขาก็จะพูดจาหว่านล้อมเธอจนกว่าเธอจะยอมเป็นนางบำเรอของเขานี่คือเเผนชั่วร้ายที่เขาได้คิดไว้เเละเขาก็จะทำตามเเผนที่วางไว้ให้ได้
"เป็นไงบ้างจ๊ะ...ลูกรักเมื่อคืนหลับสบายมั้ย" คุณหญิงเอ่ยเปิดการสนทนาด้วยการทักทายลูกชาย
"สบายดีครับเเม่อาจเป็นเพราะผม'ดื่มนม'ก่อนนอน" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยิ้มร่าเเละมองกุลธิดาเล่นเอาเธอเเทบสำลักน้ำที่เพิ่งจะดื่มไปเพียงเพราะเขาย้ำเตือนความจำที่เเสนจะโหดร้ายสำหรับเธอเมื่อคืน
"ยังไงวันนี้ก็ตั้งใจเรียนรู้เเผนงานที่บริษัทนะลูกเเละอย่าลืมช่วยสอนงานน้องด้วย" ทางด้านบิดามารดานั้นยังไม่รู้ว่าเมื่อคืนลูกรักได้ทำวีรกรรมอะไรไว้จึงชวนคุยด้วยท่าทีสบายใจ
"ครับพ่อผมจะดูเเลน้อง'อย่างดี' เลย" เขาเน้นคำว่าอย่างดีจึงทำให้กุลธิดาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมา
เวลาต่อมา
หลังจากที่ส่งคุณหญิงประภาศรีเเละคุณอนันต์เสร็จเธอก็มาหาที่นั่งทำการบ้านที่สวนหลังบ้านเธอปล่อยใจไปกับการบ้านที่ต้องทำจึงไม่มีเวลาที่จะคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเอง เเต่ในระหว่างนั้นเอง...
ฟอด!
หมับ!
สิปปนนท์เดินย่องมาทางด้านหลังของเธอพร้อมกับหอมเเก้มนุ่มนั้นฟอดใหญ่เขาล็อคตัวเธอไว้พร้อมกับเคล้นคลึงอกสวยอย่างมันส์มือหญิงสาวอยากจะร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเเต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาปิดปากเธอไว้
"เรียนไปก็ปวดหัวเปล่าๆมาหาเรื่องอะไรทำเเก้เครียดกันเถอะสาวน้อย..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงเเหบพร่าพร้อมกับดึงตัวเธอลุกขึ้นจากเก้าอี้หญิงสาวทำท่าจะพูดเเต่กลับโดนข่มขู่ด้วยคำพูดคมๆ
"ถ้าเธอเสียงดังฉันจะจับเธอทำเมียต่อหน้าคนใช้นี่เเหละถ้าไม่เชื่อลองดูก็ได้นะ" เธอเเทบไม่กล้าจะขยับตัวเลยสักนิดเพราะเธอเชื่อว่าเขาต้องกล้าทำเเน่นอน
หญิงสาวยอมเดินตามเเรงจูงของเขาไปตามคฤหาสน์ก่อนจะตกใจจนอยากจะเดินกลับเมื่อเขาบังคับให้เธอเดินเข้าไปในห้องตนเอง
ชสิปปนนท์เห็นท่าทางกลัวๆของเธอจึงเกิดความหมั่นไส้ขึ้นมาเขาอุ้มเธอขึ้นจากนั้นก็โยนร่างบางสวยไว้บนเตียงขนาดคิงส์ไซต์ของเขาอย่างเเรงพร้อมกับล็อคประตูห้อง
เธอพยายามจะลุกขึ้นจากเตียงเเต่ก็โดนร่างหนาของสิปนนท์ขึ้นมาทาบทับไว้เธอเเทบน้ำตาไหลเมื่อคิดว่าจะโดนกระทำเหมือนเมื่อคืน
"ปล่อยนะอย่าทำอะไรฉันเลย" เธอร้องขอด้วยความหวาดกลัว
"ทำไมฉันต้องเชื่อเธอฉันเกลียดเธอเเละเเม่เธอฉันจะทำให้เธอเเละผู้หญิงเเพศยาคนนั้นได้รู้รสความเจ็บปวดกี่ปีเเล้วที่เเม่ฉันต้องเจ็บปวดกี่ปีเเล้วที่เเม่ฉันต้องยอมเสียคนรักให้เเม่เธอเธอมันก็เป็นผู้หญิงเเพศยาไม่ต่างจากเเม่เธอหรอกเธอคิดว่าฉันจะยอมอยู่ใต้ชายคาเดียวกับเธออย่างมีความสุขเหรอมันไม่มีวันนั้นหลอก...!"
ร่างสูงเริ่มเดือดดาลเมื่อคิดถึงความเจ็บปวดที่มารดาเคยได้รับมาเป็นเวลานานถึงเเม้ตอนนี้ท่านจะมีความสุขเเล้วเเต่มันก็ไม่สามารถชดเชยความทุกข์ระทมเมื่อหลายปีก่อนได้
ทางด้านหญิงสาวนั้นน้ำตาของเธอถึงกับไหลพรากเธอนึกสงสารมารดาเหลือเกินที่จากไปโดยไม่ได้รับการอโหสิกรรมจากคนตรงหน้านอกจากเขาจะไม่อโหสิกรรมเเล้วเขายังกร่นด่ามารดาของเธอด้วยสายตาเชือดเฉือนจิตใจคนเป็นลูกอีกด้วย
"ฮึก...คุณต้องการอะไรบอกมาฉันขอเพียงเเค่คุณหายโกรธเเม่ฉันอโหสิกรรมให้ท่านฉันยอมทุกอย่างที่คุณต้องการอยากได้อะไรก็บอกมาสิฮือ..." เธอตัดสนใจพูดในสิ่งที่เธอต้องการเธอทำใจไม่ได้ที่ต้องให้มารดาจากไปอย่างทุกข์ใจเเถมยังไม่ได้รับการอโหสิดรรมอีกเพราะฉะนั้นเธอยอมทุกอย่างขอเพียงเเค่เขาอโหสิกรรมให้มารดาเเละเลิกกร่นด่าเเม่ของเธอเพื่อมารดาจะได้จากไปอย่างสบายใจ
"หึ...สัญญาก่อนสิว่าเธอจะทำตามข้อเสนอของฉันถ้าเธอทำฉันจะทำใจปล่อยวางกับอดีต" ร่างหนากระตุกยิ้มพอใจเมื่อเหยื่อติดเบดพร้อมกับหอมเเก้มนุ่มนั้น
"ได้ฉันจะยอมทำตาม" เธอยอมตอบรับโดยไม่รู้ว่าข้อเสนอนั้นคืออะไร
"ยอมเป็นนางบำเรอของฉันฉันจะเลิกด่าเเม่เธอเเละอีกอย่างเธอก็จะได้ชดใช้บุญคุณพ่อเเม่ฉันที่ท่านเลี้ยงดูเธอมาด้วยนะคิดดูสิเธอได้ทั้งตอบเเทนบุญคุณเเละทำให้เเม่เธอไปดีด้วยนะ"เธอจุกจนพูดไม่ออกเมื่อรู้ว่าชีวิตเธอคงถึงคราวตกต่ำที่สุดเเล้วร่างบางน้ำตาไหลก่อนจะยอมตอบรับคนที่อยู่เหนือกว่า
"ได้...ฉันตกลง"เธอตอบด้วยน้ำเสียงเเห่งความเจ็บปวดเมื่อเเน่ใจกับคำตอบของตนเองเเล้ว
เธอจะยอมตกต่ำเพื่อที่จะได้ทำให้เเม่ผู้ที่จากไปสบายใจท่านจะได้ไม่ต้องทุกข์ทนที่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยวางเเละอโหสิให้
"ดีมากรอรับความสุขจากฉันได้เลยสาวน้อย..."
ใบหน้าสวยหวานเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเเห่งความทุกข์เเละความเจ็บปวด…
ตอนนี้เธอกำลังปล่อยให้คนที่อยู่เหนือกว่าย้ำยีอย่างไร้ศักดิ์ศรีศักดิ์ศรีความเป็นผู้หญิงของเธอมันได้หมดไปตั้งเเต่ตอนที่เธอตกลงปลงใจจะเป็นนางบำเรอของเขาเเล้ว
สิปปนนท์ซุกไซร้ซอกคอของเธออย่างหลงไหลผู้หญิงคนนี้ทั้งสวยทั้งหอมหวานกว่าผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยเจอตอนเเรกเขาไม่คิดจะปรนเปรอเธอสักนิดเพราะคิดว่าผู้หญิงจอมมารยาอย่างกุลธิดาเคยทำเรื่องเเบบนี้มาเเล้วเเต่พอมาเจอความสวยงามตรงหน้าเขาก็อดไม่ได้ที่จะเล้าโลมเธอ
ใจหนึ่งเขาก็รู้สึกซะใจที่ทำให้หญิงสาวได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดส่วนอีกใจหนึ่งเขาก็รู้สึกชอบใจเหลือเกินที่จะได้ครอบครองเรือนร่างสวยๆนี้เพียงผู้เดียว
ชายหนุ่มบีบนวดอกสวยด้วยความป่าเถื่อนทำให้เจ้าของมันร้องครางด้วยความเจ็บหลายครั้งเเต่มีเหรอที่คนอย่างเขาจะปราณีเขาดูดดื่มเต้าสวยอย่างรุนเเรงตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆปากสีชมพูสวยเเดงเจ่อเพราะพิษจูบเเละความเอาเเต่ใจของเขา
สิปปนนท์บดจูบเรียวปากสวยอย่างไม่สงสารว่ามันจะบวมเจ่อสักนิดความต้องการของเขามันมากเกินจนจะปริเเตกออกมาเขาทำท่าจะปลดกางเกงสเเล็คสีดำราคาเเพงเพื่องัดอาวุธที่ต้องใช้ในศึกรักออกมาเเต่ทว่า....
ก๊อก
...เสียงเคาะประตูดังขึ้น
"ไอ้พวกมารหัวหัวขนเอ้ย!"
มันเป็นเสียงที่ทำให้เขาเเทบจะอยากไปฆ่าคนที่มารบกวนเพราะตอนนี้เขากำลังจะได้ปลดปล่อยความต้องการเเล้วเเต่ดันถูกขัดจังหวะเสียก่อน
ทางด้านหญิงสาวนั้นเธอถึงกับปาดน้ำตาพร้อมกับลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็วเสียงเคาะประตูนั้นมันเหมือนดั่งระฆังช่วยชีวิตเธอเธอนึกขอบคุณคนที่มาเคาะประตูเหลือเกิน
"หึ...อย่าคิดว่าเธอจะรอดอย่างนี้ตลอดไปนะเพราะยังไงซะสักวันเธอก็ต้องโดนอยู่ดี" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นๆเมื่อเห็นท่าทางดีใจของเธอ
ก่อนที่ทั้งสองจะเเยกย้ายกันเพราะคุณประภาศรีได้โทรมาจากที่ทำงานว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยเเละไอ้เรื่องสำคัญที่คนเป็นเเม่บอกนี้มันก็ทำให้ชายหนุ่มยิ้มไม่หยุดเลยทีเดียว
เวลา18.00 นาฬิกา
คุณหญิงเเละคุณอนันต์กำลังเตรียมตัวที่จะเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ
ท่านทั้งสองพึ่งได้รับข่าวจากพนักงานที่บริษัทผลิตจิวเวรรี่สาขาที่สองว่าที่นั่นไฟไหม้ข้าวของทุกอย่างเสียหายหมดคุณหญิงเเละคุณอนันต์จึงต้องเดินทางไปซ่อมเเซมเเละฟื้นฟูบริษัทซึ่งการไปทำงานครั้งนี้ต้องใช้เวลาหลายเดือน
"ในช่วงที่พ่อไม่อยู่ลูกช่วยดูเเลบ้านเเละบริษัทรวมถึงน้องด้วยนะลูกพ่อเชื่อว่าลูกต้องทำได้ช่วยพ่อหน่อยนะตามาร์ค" เขาฝากทุกอย่างไว้กับลูกชายเเท้ๆเพียงคนเดียว
"ตันหยงด้วยนะลูกพ่อฝากดูเเลบ้านเเละบริษัทด้วยนะอย่าลืมช่วยงานพี่เขาด้วยเราเป็นครอบครัวเดียวกันต้องช่วยกันดูเเลของทุกอย่างที่เป็นของเรานะ"
"ครับคุณพ่อผมต้องดูเเลทุกอย่างอยู่เเล้วเดินทางกันดีๆนะครับ"
"ค่ะคุณพ่อหนูทำได้ค่ะคุณพ่อคุณเเม่เองก็ดูเเลตัวเองดีๆนะคะ" เธอถึงกับน้ำตาไหลเมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เจอคนที่รักเหมือนบิดามารดาเเท้ๆเป็นเวลานาน
ตอนนี้เธอไม่มีอะไรให้กลัวอีกเเล้วเพราะสิ่งที่ต้องทำก็คือช่วยดูเเลทรัพย์สินทุกอย่างของปริยาภัสร์กุลเหมือนที่พ่อบุญธรรมได้ฝากฝังไว้ส่วนอีกเรื่องก็คือเธอต้องเตรียมตัวยอมรับความทุกข์เเละความตกต่ำที่มันใกล้จะคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ
"คนดีของเเม่โตเป็นสาวเเล้วไม่ร้องไห้นะจ๊ะคนเก่งเเม่รักลูกทั้งสองมากนะจ๊ะระหว่างที่เเม่ไม่อยู่ก็รักษาตัวกันดีๆนะ "คุณหญิงดึงตัวลูกสาวคนเล็กมากอดปลอบก่อนจะดึงลูกชายคนโตเข้ามาสวมกอดด้วยอีกคน
เขารู้สึกหมั่นไส้กุลธิดาเพราะคิดว่าเธอบีบน้ำตาทำเป็นประจบประเเจงบิดามารดาตนเองยังไงซะคืนนี้พ่อเเม่ของเขาก็ไม่อยู่เเล้วคืนนี้เขาจะจัดการยัดเยียดคำว่านางบำเรอให้เธออย่างเต็มรูปเเบบ
สี่คนพ่อเเม่ลูกกอดลากันด้วยความรักก่อนที่รถBMW สีดำคันหรูของคุณอนันต์เเละคุณหญิงจะเเล่นออกจากประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์
หลังจากที่ส่งผู้มีพระคุณทั้งสองไปต่างจังหวัดเเล้วหญิงสาวก็นุ่งผ้าคนหนูสีขาวสะอาดเตรียมตัวจะอาบน้ำชำระล้างร่างกายเเต่ทว่า...
"จะอาบน้ำเเล้วหรอ...ถ้างั้นฉันขออาบด้วยคนนะ..."
